Loading...

ความลึกลับอันเป็นปริศนาแห่ง Mima Mounds

ในทุ่งหญ้าที่อยู่ใกล้กับเมืองโอลิมเปียในกรุงวอชิงตันในรัฐทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา มีเนินดินนับพันปกคลุมด้วยหญ้า ดูเหมือนฟองขนาดใหญ่ ซึ่งเรียกว่า mima mounds ตั้งชื่อตาม Mima Prairie และมีหลายขนาด 

 

นับตั้งแต่มีการค้นพบโดย Charles Wilkes เจ้าหน้าที่ทหารเรือและนักสำรวจของสหรัฐอเมริกาเมื่อปีพ. ศ. 2384 เหล่ากองดินลึกลับนี้ได้สร้างความน่าฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก

 

ตอนแรก Wilkes คิดว่าเนินเหล่านี้เป็นหลุมฝังศพของอินเดียนโบราณ แต่เมื่อเขาสั่งคนของเขาขุดลงไป พวกเขาพบว่าไม่มีกระดูก

 

ตอนนี้เรารู้ว่ากองเหล่านี้มีอายุหลายพันปีแล้ว แต่เรายังไม่ทราบว่าใครเป็นคนสร้าง ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมามีการตั้งทฤษฎีที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง ตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวจนถึงธารน้ำแข็งไปจนถึงฝีมือของมนุษย์ต่างดาว

Loading...

 

กอง Mima mounds ไม่ได้ถูกพบแค่ในวอชิงตันเท่านั้น พบการก่อตัวคล้ายๆ กันนี้ในหลายๆ ที่ของสหรัฐฯ และทั่วโลกยกเว้นแอนตาร์กติกา ในมลรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐโอเรกอนพวกมันเป็นที่รู้จักกันในนามสุสาน hogwallow ในรัฐนิวเม็กซิโกและโคโลราโดก็มี “prairie mounds” และในรัฐทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ เรียกว่า “pimple mounds”

 

ชาวแอฟริกันใต้เรียกว่า “heuweltjies” หรือเนินเขาเล็ก ๆ และชาวบราซิลเรียกพวกมันว่า “campos de murundus” หรือกองทุ่ง

รูปร่างขนาดและองค์ประกอบของกองแตกต่างกันไปในแต่ละสถานที่ โดยทั่วไปจะเป็นรูปวงกลมรูปวงรีและประกอบด้วยดินสีเข้มผสมกับสารอินทรีย์รวมทั้งถ่านและก้อนกรวด

 

หนึ่งในทฤษฎีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คิือเนินดินเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากสัตว์ฟันแทะอย่างหนู ตุ่น หรือสัตว์อื่นๆ ที่สร้างโพรงเชื่อมต่อกันใต้ดินเมื่อนานมาแล้ว

บางทฤษฎีก็บอกว่าเกิดจากลมที่พัดตะกอนมาสะสมไว้ที่นี่ ซึ่งมักจะเกิดในดินแดนแห้งแล้งเช่นทะเลทรายอาหรับและนิวเม็กซิโกในสหรัฐอเมริกา อีกทฤษฎีก็บอกว่าเกิดจากหินตะกอนสะสมในธารน้ำแข็งในอดีต เมื่อน้ำแข็งละลายตะกอนก็จะถูกทิ้งกองไว้อย่างที่เห็นได้ในทุกวันนี้

 

Credit : amusingplanet

Loading...