Loading...

10 ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่ง เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2

สงครามโลกครั้งที่สองนับว่าเป็นการทำลายล้างที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ เป็นสงครามขนาดใหญ่ที่สุด ใช้เงินทุนมากที่สุด และได้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เรามาดูข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 กันดีกว่า

 

#10 จำนวนผู้เสียชีวิต

ประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากสงครามโลกครั้งที่ 2 มากที่สุดคือรัสเซีย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 21 ล้านคน นับเป็นจำนวนมากกว่า 30% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมดในช่วงสงคราม ผู้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่สองมีจำนวนรวมทั้งหมดประมาณ 50 ถึง 70 ล้านคน มากกว่า 80% ของจำนวนผู้เสียชีวิตมาจาก 4 ประเทศ คือ รัสเซีย, จีน เยอรมนี และโปแลนด์ เกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เสียชีวิตเชื่อกันว่าเป็นพลเรือนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก

 

#9 ความโหดร้ายทารุณ

นี่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกองทัพอเมริกันที่ต่อสู้ในสงครามโลกครั้งที่ 2  ทหารจาก 16.1 ล้านในกองกำลังสหรัฐในเวลานั้น ประมาณ 600,000 คนเป็นชาวยิว มากกว่า 35,000 คนถูกสังหาร ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงถูกจับหรือสูญหายอีกประมาณ 8,000 คนเสียชีวิตจากการสู้รบ อย่างไรก็ตามสิ่งที่แปลกประหลาดคือมีเพียงสองคนเท่านั้นที่ได้รับเหรียญเกียรติยศในสงครามโลกครั้งที่ 2

ชาวยิวจำนวนมากยังเป็นเหยื่อของการทดลองทางการแพทย์อันน่าสยดสยองโดยแพทย์นาซี พวกเขาจะกระหน่ำลูกอัณฑะของผู้ชายและรังไข่ของผู้หญิงด้วยรังสีเอกซ์ หักกระดูกซ้ำๆ เพื่อดูว่าสามารถทำได้กี่ครั้งก่อนที่กระดูกจะไม่สามารถรักษาได้ ตีศีรษะของผู้คนด้วยค้อนเพียงเพื่อดูว่ามีพลังมากเท่าไหร่ที่กะโหลกศีรษะมนุษย์สามารถทนได้

 

#8 เทวดาแห่งความตาย

พูดถึงการทดลองที่น่ากลัวและพฤติกรรมอันไร้มนุษยธรรมในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง นาซีมีนักวิทยาศาสตร์ที่โหดเหี้ยมน่ารังเกียจมากที่สุดคนหนึ่ง และอาจจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่บ้าคลั่งที่สุดที่โลกเคยเห็นมาก่อน Dr. Josef Mengele หรือที่รู้จักกันดีว่า Angel of Death เป็นคนที่ประพฤติผิดจรรยาบรรณเป็นอย่างมากสำหรับการทดลองที่น่ากลัวของมนุษย์กับเด็กโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝาแฝด เขาเอาเด็กฝาแฝดประมาณ 3000 คู่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กชาวยิวในการทดลองทางพันธุกรรมอันสุดแสนทรมาณ มีเพียงประมาณ 200 คนเท่านั้นที่รอดชีวิต

การทดลองของเขานั้นเป็นเรื่องที่โหดร้ายมาก อย่างเช่น การถอดลูกตาออกและติดไว้ที่ด้านหลังของอีกคน เปลี่ยนสีดวงตาโดยการฉีดสีย้อม ครั้งหนึ่งมีฝาแฝดคู่หนึ่งถูกเย็บติดเข้าด้วยกัน เพื่อพยายามสร้างคู่แฝดที่ตัวติดกัน นั่นเป็นเพียงตัวอย่างเล็ก ๆ ของความโหดร้ายของเขาเท่านั้น

 

#7 The SS

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กลุ่มชาวเยอรมันชื่อ SS ชื่อย่อของ Schuftzstaffel ได้ประหารชีวิตคู่แข่งทางการเมืองและชนกลุ่มน้อยเป็นจำนวนมาก โดย Heinrich Luitopold Himmler (1900-1945) ก่อตั้งขึ้นเป็นองค์การกึ่งทหารหลักภายใต้อดอล์ฟ ฮิตเลอร์และพรรคนาซี ก่อตั้งขึ้นบนอุดมการณ์นาซี ประมาณว่ากลุ่มนี้ได้ฆ่าชาวยิวประมาณ 1.4 ล้านคน พวกเขาจะบังคับชาวยิวให้ขุดหลุมแล้วยิงลงในหลุมขนาดใหญ่ที่ขุดไว้ ไม่เพียงเท่านั้นกลุ่มลับ SS ยังมีซ่องสำหรับนักการทูตชาวต่างชาติในกรุงเบอร์ลินชื่อ The Kitty Salon พื้นที่ทั้งหมดถูกดักฟังและมีโสเภณี 20 คนที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นพิเศษ และยังได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะเพื่อรวบรวมข้อมูลจากลูกค้าผ่านบทสนทนาที่ดูไม่มีพิษมีภัย

เอสเอสภายใต้บังคับบัญชาของไฮน์ริช ฮิมม์เลอร์มีส่วนรับผิดชอบต่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติหลายครั้งระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง หลัง ค.ศ. 1945 เอสเอสถูกกฎหมายต้องห้ามในเยอรมนี เช่นเดียวกับพรรคนาซี โดยถูกระบุว่าเป็นองค์กรอาชญากรรม

 

#6 การลุกขึ้นของสหรัฐและสหภาพโซเวียต

Loading...

ผลจากสงครามโลกครั้งที่สอง ยุโรปได้ลงสู่จุดต่ำสุด จากเดิมที่เป็นศูนย์กลางของโลก และทำให้สหรัฐและรัสเซียกลายเป็นมหาอำนาจ นี่คือเหตุผลที่ทำให้เกิดสงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯกับสหภาพโซเวียต และเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เกิดยุคนิวเคลียร์ขึ้น

 

#5 สวัสติกะ

เครื่องหมายที่นาซีใช้บนธงของพวกเขาเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาฮินดูในสมัยโบราณ มาจากภาษาสันสกฤต โดยประกอบด้วยคำว่า “สุ” (Su) แปลว่า ดี รวมกับคำว่า “อัสติ” (Asti) แปลว่า มี และต่อท้ายด้วย “กะ” เป็นอาคม (ส่วนที่ต่อท้ายคำ) เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึง ความมีชีวิต ความกระตือรือร้น อำนาจ ความแข็งแกร่ง และความโชคดี เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และความโชคดี พวกนาซีฆ่าคนประมาณ 12 ล้านคนในสงคราม เกือบ 6 ล้านคนเป็นชาวยิว

 

 

#4 บอลลูนระเบิด

ในสงครามโลกครั้งที่2 ญี่ปุ่นได้ใช้หลากหลายวิธีในการโจมตีอเมริกา และมีการใช้บอลลูนบรรทุกระเบิดกว่า 9,000 ลูก ปล่อยจากเกาะฮอนชูให้ลอยไปทางอเมริกา และหลายพื้นที่ในอเมริกาพบว่ามีเหตุระเบิดเกิดขึ้น เมื่อสืบค้นดูแล้วจึงรู้ว่าบอลลูนลอยมาจากทางญี่ปุ่น กองทัพอเมริกาจึงสั่งปิดข่าวเกี่ยวกับบอลลูนนี้ทันที จากการปิดข่าวทางสื่อทุกแขนงญี่ปุ่นจึงไม่ทราบว่าโครงการนี้สำเร็จหรือไม่ ซึ่งยุทธวิธีนี้มีผู้เสียชีวิต 1 คนที่โอเรกอน

 

#3 กองร้อย 442

หนึ่งในหน่วยที่ได้รับการยกย่องและกล่าวถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาคือกองร้อยรบ 442  คำขวัญของพวกเขาคือ ‘Go for Broke’ ซึ่งเป็นอาสาสมัครชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น พวกเขาได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติเป็นจำนวนมาก

 

#2 Double ‘O Seven (007)

ตัวอักษร “007” ที่เราทุกคนรู้จักกันดีในภาพยนต์ดัง มีที่มาคือเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงไม่นานก็เข้าสู่ยุคสงครามเย็น ซึ่งเป็นการต่อสู้อย่างคลุมเครือระหว่างฝ่ายคอมมิวนิสต์ (สหภาพโซเวียต) กับฝ่ายประชาธิปไตย (อเมริกา) มีการส่งสายลับว่อนไปทั่วโลก เอียน เฟลมมิง จึงได้แนวคิดจะเขียนเรื่องราวเป็นนวนิยายเกี่ยวกับสายลับอังกฤษ เขากำหนดให้สายลับผู้นั้นที่มีใบอนุญาตสังหารคนได้โดยไม่ผิดกฎหมาย และใช้รหัสการทำงาน 007 ชื่อว่า เจมส์ บอนด์ โดยนำชื่อมาจากนักปักษีวิทยาผู้หนึ่งที่เขาชื่นชอบ เป็นชื่อเรียกง่าย ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็งอย่างที่ต้องการ โดยตอนแรกชื่อว่า Casino Royale ต่อมาเฟลมมิงเขียนนวนิยายเกี่ยวกับสายลับผู้นี้ขึ้น จำนวน 14 เล่ม โดยเริ่มเขียนที่บ้านพักตากอากาศของเขาที่ชื่อ Golden Eye ริมทะเลที่ศรีลังกา พิมพ์ดีดไปเรื่อย ๆ โดยไม่ย้อนไปดูที่เขียนมาแต่ต้น

 

#1 ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจ

หลังจากการโจมตี เพิร์ล ฮาร์เบอร์ Roosevelt ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้นต้องการซื้อรถกันกระสุน อย่างไรก็ตามกฎระเบียบของรัฐบาลไม่อนุญาตให้เขาใช้เงินมากกว่า 750 ดอลลาร์ในการซื้อรถ และรถกันกระสุนก็ไม่สามารถซื้อได้ในราคานี้ ที่หาได้คือรถลีมูซีนของอัลคาโปน ซึ่งถูกยึดโดยกรมธนารักษ์หลังจากที่เขาถูกจับในข้อหาเลี่ยงภาษี 

แฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์ กล่าวว่า “I hope Mr. Capone won’t mind.’’ So much for being the U.S. President, believed to be the most powerful and perhaps the most influential person in the world.”

 

Credite : elist10 | wikipedia

Loading...