ราวกับปาฏิหาริย์!! เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในลิฟท์ที่ตกลงมา 75 ชั้น จากเหตุเครื่องบินชนตึกแต่เธอไม่ตาย เรื่องจริงจากปี 1945

     นี่คือหนึ่งในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียของชาวสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คล้ายกับเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2001 หรือ 9/11 เมื่อเครื่องบินทิ้งระเบิดที่บังคับโดยทหารอากาศสหรัฐฯ ที่สูญเสียการมองเห็นพุ่งชนตึกสัญลักษณ์ของประเทศ “ตึกเอ็มไพร์สเตท” โดยไม่เจตนา และนี่คือเรื่องราวทั้งหมด….

    วันที่เสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 1945 เครื่องบินทิ้งระเบิด B-25 Mitchell ที่ควบคุมการบินโดย วิลเลียม แฟรงคลิน สมิธ จูเนียร์ (William Franklin Smith, Jr.) ได้รับมอบหมายภารกิจขนส่งบุคคลากรจากฐานทัพอากาศ Bedford ไปยังสนามบิน Newark ดูจะเป็นงานง่ายๆ สำหรับนักบินและลูกเรือ

วิลเลียม แฟรงคลิน สมิธ จูเนียร์ (William Franklin Smith, Jr.)

       เครื่องบินทิ้งระเบิด B-25 Mitchell จนกระทั่งขาบินกลับมายังฐานทัพ พวกเขาเริ่มเผชิญกับสภาวะเมฆหมอกหนา ทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นกลายเป็นศูนย์ กล่าวกันว่าส่งผลให้นักบินเลี้ยวผิดทิศ หลังจากผ่านตึก Chrysler จากเดิมที่ต้องเลี้ยวซ้ายกลับบินเลี้ยวไปทางขวาแทน

         เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเครื่องบิน B-25 Mitchell พุ่งชนทางทิศเหนือของตึกเอ็มไพร์สเตท (Empire State Building) บริเวณชั้นที่ 78, 79 และ 80 ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานคาทอลิกแห่งชาติสหรัฐฯ เครื่องยนต์ที่หนึ่งของเครื่องบินทะลุตึกไปยังอีกฝั่งก่อนหล่นลงมายังศูนย์ศิลปะด้านล่างโชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

เครื่องยนต์ที่สองส่งผลให้เกิดระเบิดและไฟไหม้นานถึง 40 นาที ตอนแรกคาดว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 14 รายประกอบด้วย นักบินและลูกเรือ 3 ราย และพนักงานภายในตึกอีก 11 คน

   พบผู้รอดชีวิต!! การกู้ภายเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่พบผู้รอดชีวิตชื่อ “Betty Lou Oliver” ก่อนที่ทีมกู้ภัยจะเร่งนำตัวส่งลงมายังลิฟท์หลักอีกตัวที่ใช้งานได้

      แต่หารู้ไม่ว่าสายเคเบิ้ลของลิฟท์ได้รับการกระทบกระเทือนจากเหตุระเบิดส่งผลลิฟท์ตัวดังกล่าวที่มี Betty อยู่ภายในหล่นลงมาจากชั้น 75 สู่ชั้นใต้ดินที่อยู่ด้านล่างสุด (ราว 300 เมตร) ที่แปลกคือ “เธอสามารถรอดชีวิตจากเหตุการณ์ลิฟท์ตก 75 ชั้นได้อย่างปาฏิหาริย์” (ภายหลังกลายเป็นสถิติรอดชีวิตจากการตกลิฟท์ที่สูงที่สุดจาก Guinness World Records)

      เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชนชาวสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก แต่โชคยังดีที่โครงสร้างของตึกเอ็มไพร์สเตทนั้นไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวมากอย่างที่กังวลทำให้ 2 วันถัดมาหรือวันจันทร์ อาคารดังกล่าวก็ยังเปิดให้บริการและใช้งานตามปกติ

      ภายหลังจากเหตุการณ์นี้ได้เกิดการเรียกร้องให้เกิดกฎหมายเรียกร้องสิทธิการกระทำของรัฐบาลกลางหรือบุคคลของรัฐบาล หรือ Federal Tort Claims Act เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากเหตุการณ์นั้นๆ เรียกง่ายๆว่า กฎหมายเพื่อให้ประชาชนฟ้องรัฐบาลได้หากได้รับความเสียหายจากการทำหน้าที่ของรัฐบาลหรือบุคคลของรัฐบาลตามข้อกำหนดที่ว่าเอาไว้ ที่ถูกใช้งานในปี 1946 มาจนทุกวันนี้ด้วย

“ที่มา : https://www.spokedark.tv/posts/plane-collided-empire-state/