Loading...

10 ปริศนาอันลึกลับดำมืดของโลก ที่มนุษย์ยังไม่สามารถไขความลับเหล่านี้ได้

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และความรู้ของมนุษย์เกี่ยวกับโลกใบนี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบไม่น่าเชื่อในช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีคำถามอีกมากมายที่ยังไร้คำตอบ  โลกของเราแปลกกว่าที่เราเห็น มันเต็มไปด้วยสิ่งแปลกประหลาดและลึกลับที่มนุษย์เราไม่สามารถเข้าใจและอธิบายได้ 

 

#10 Grooved Spheres

ก้อนทรงกลมเซาะร่องมีลักษณะคล้ายลูกเหล็กหล่อทรงกลม นี้ถูกพบที่เหมืองของบริษัท Wonderstone ใกล้ๆ Ottosdal ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งมีอายุประมาณ 2.8 พันล้านปี ถูกพบในขณะที่คนขุดแร่กำลังขุดหาแร่อยู่นั้น ก็ได้พบโลหะลึกลับทรงกลมบางอย่างที่นั่น โดยลักษณะคือมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว และมีร่องคู่ขนานอยู่รอบเส้นศูนย์สูตรสามเส้น มันแปลกมากเพราะเนื่องจากมนุษย์พึ่งก้าวสู่ยุคเหล็กเมื่อ 3000 ปี ที่ผ่านมานี้เอง ดังนั้นต้นกำเนิดและที่มาของวัตถุทรงกลมเหล่านี้จึงไม่เป็นที่รู้จัก

 

#9 Placebo effect (ปรากฏการณ์ยาหลอก)

ลักษณะของปรากฏการณ์นี้คือเมื่อผู้ป่วยกินยาปลอมตามคำแนะนำของแพทย์ จะทำให้มีอาการดีขึ้น ยาปลอมนั้นใช้ได้ผลเนื่องจากผู้ป่วยมีความคาดหวังและเชื่อว่ามันจะช่วยให้หายป่วยได้ ลักษณะพิเศษที่เรียกว่า Nocebo เมื่อมีคนใช้ยาปลอมและเริ่มมีปัญหาที่เกิดจากยาที่แท้จริง ปรากฏการณ์นี้พิสูจน์ให้เห็นว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างจิตใจและร่างกายที่ลึกลับ ซึ่งมนุษย์เรายังไม่สามารถเข้าใจได้

 

#8 เสียงลึกลับ Taos Hum

ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ ในเขต Taos ที่ New Mexico ได้ยินเสียงลึกลับซึ่งพวกเขาเรียกว่า “เสียงฮัม” อย่างต่อเนื่อง เป็นเสียงแหลมต่ำที่ได้ยินในสภาพแวดล้อมที่เงียบ ซึ่งมีเสียงเหมือนเครื่องยนต์ดีเซลที่อยู่ไกลออกไป แม้จะมีการสืบสวนอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ทราบแหล่งที่มาของเสียงนี้

 

#7  Shroud of Turin (ผ้าห่อศพแห่งตูริน)

ผ้าลินินที่มีรอยคล้ายพระรูปของพระเยซูคริสต์ปรากฏบนผืนผ้า และมีความเชื่อว่าผ้าผืนนี้คือ ผ้าห่อพระศพของพระเยซูคริสต์ เมื่อเดือนธันวาคม 2011 นักวิทยาศาสตร์จาก ENEA ได้ออกมาประกาศว่าจากการทดลองสร้างภาพลงบนผ้าลินนินอย่างภาพบนผ้าห่อพระศพแห่งตูริน ผลการทดลองคาดว่าภาพนี้น่าจะถูกสร้างด้วยพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าบางอย่าง อย่างเช่นแสงคลื่นสั้นซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ในยุคกลางจะมีเทคโนโลยี่เช่นนี้ในการทำภาพให้ปรากฏบนผืนผ้า นอกจากสิ่งปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติ ปัจจุบันมีการจัดขึ้นที่โบสถ์เซนต์จอห์นแบพติสท์ในเมืองตูรินประเทศอิตาลี

 

#6 Sailing Stones หินเดินได้

หินใน Racetrack Playa ค่อยๆ เคลื่อนที่ไปตามพื้น โดยไม่ได้เกิดจากมนุษย์หรือสัตว์ ในขณะเคลื่อนที่หินเหล่านี้ยังทิ้งร่องรอยตามทางที่ผ่านมาไว้ด้วย นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่ามันเกิดขึ้นเนื่องจากแรงลม ขณะที่คนบางส่วนก็บอกว่าก้อนหินที่หนักเท่ามนุษย์มันไม่สามารถเคลื่อนที่ไปกับลมได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากไม่มีใครเคยถ่ายทำเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน จึงเป็นเรื่องลึกลับที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

แต่เมื่อปี 2013 นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองและตรวจสอบ โดยการติดตั้งกล้องถ่ายภาพไว้หลายจุดในพื้นที่เป้าหมายการวิจัย พร้อมติด GPS บนก้อนหินหลายลูก ซึ่งสรุปได้ว่าก้อนหินบางก้อนถูกน้ำซึมผ่านข้างใต้ เมื่อน้ำกลายเป็นน้ำแข็งแล้วก้อนหินบางก้อนจึงเหมือนมีแผ่นน้ำแข็งวางรองรับไว้ เมื่อน้ำท่วมทะเลทรายเริ่มละลายตัวลงสายลมที่พัดผ่านแอ่งน้ำในบริเวณนี้จะทำให้ก้อนหินที่อยู่บนแผ่นน้ำแข็งชั้นบาง ๆ ลื่นไถลไปได้ ทำให้เกิดร่องรอยการครูดบนชั้นทรายที่เหลว/นุ่ม ส่วนก้อนหินบางก้อนก็อาจจะถูกกระแทกให้เคลื่อนที่ โดยแผ่นน้ำแข็งก้อนที่แตกสลายที่ล่องลอยในแอ่งน้ำ

Loading...

ก้อนหินที่อยู่บนก้อนน้ำแข็งส่วนหนึ่ง จะเริ่มเดินได้ต้องมีความเร็วลมต่อเนื่องอย่างน้อย 10 เมตรต่อนาที จึงจะทำให้ก้อนหินเคลื่อนที่ได้อย่างช้า ๆ 2-5 เมตรต่อนาที ก้อนหินบางก้อนเดินไปได้ไกลถึง 200 ฟุต

 

#5 Dancing Plague (โรคเต้นรำผิดปกติ)

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1518 ที่สตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส จู่ๆ ก็มีหญิงสาวนางหนึ่งชือว่า Frau Troffea ได้เริ่มเต้นรำในถนน Strasbourg โดยไม่พักเป็นระยะเวลากว่า 6 วัน  6 คืน เพียง 1 สัปดาห์ก็มีผู้คนในหมู่บ้านอีก 34 คน ออกมาเต้นกัน หลังจากนั้นก็เพิ่มจากสิบเป็นร้อย และสิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ ตั้งแต่วันที่เธอเริ่มเต้นจนครบหนึ่งเดือนต่อมา ได้มีคนกว่า 400 คนออกมาเต้นโดยไม่หยุดพัก และในที่สุดก็มีคนจำนวนมากเสียชีวิตจากการเต้นไม่หยุดครั้งนี้ เนื่องจากการที่หัวใจเต้นผิดปกติ อ่อนเพลีย เหน็ดเหนื่อย ไม่ได้กิน ไม่ได้นอนร่วมเดือน

 

#4 Lady Dais

นักวิทยาศาสตร์พบร่างเก่าแก่ในประเทศจีน ซึ่งเป็นร่างที่ได้รับการรักษาเป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน ร่างนี้มีอายุประมาณ 2,000 ปีและรู้จักกันในชื่อ Lady Dais ซึ่งอยู่ในสมัยราชวงศ์ฮั่น เธอเสียชีวิตระหว่าง 178 ถึง 145 ปีก่อนคริสต์ศักราช เมื่ออายุประมาณ 50 ปี ซึ่งอาจเกิดจากอาการหัวใจวาย

 

#3 การหายไปของแฮโรลด์

ในเดือนธันวาคมปี 1967 แฮโรลด์ โฮลด์ ได้ลงไปที่ชายหาด Cheviot เพื่อว่ายน้ำและได้หายตัวไปอย่างกะทันหัน ตั้งแต่ที่เขาเป็นนายกรัฐมนตรีของออสเตรเลียในเวลานั้น การดำเนินการค้นหาที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของออสเตรเลียได้เริ่มขึ้น ตำรวจ กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และอาสาสมัครท้องถิ่นจำนวนมากได้ร่วมกันค้นหาเขาประมาณสองวัน แต่ไม่พบร่องรอยแม้แต่เพียงนิดเดียวของเขา ในที่สุดการหายตัวไปของเขาก็ยังคงเป็นเรื่องลึกลับมาจนถึงทุกวันนี้

 

#2 คนไฟลุก

เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2525 Jeannie Saffin ได้ถูกห่อหุ้มร่างด้วยเปลวไฟในขณะที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ พ่อของเธอผู้เป็นพยานในเหตุการณ์นี้บอกว่า เขาเห็นแสงแฟลชออกมาจากมุมดวงตาและมือของเขา ร่างของเธอเต็มไปด้วยเปลวเพลิง แต๋เธอไม่ได้ร้องไห้หรือวิ่งหนีไปไหน ขณะที่การสืบสวนนั้นตำรวจไม่พบสาเหตุการเผาไหม้ของ Jeannie ไม่มีร่องรอยของการเผาไหม้ภายในบ้านยกเว้นบริเวณร่างกายของ Jeannie สาเหตุของการตายของเธอยังคงเป็นปริศนา

 

#1 Red Rain ฝนเลือด

ในปีพ. ศ. 2544 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ได้เกิดฝนตกหนักทางรัฐตอนใต้ของประเทศอินเดีย แต่ไม่ใช่ฝนธรรมดา เพราะสีของน้ำฝนมีสีแดงคล้ายเลือด รัฐบาลอินเดียอ้างว่าเป็นเพราะสปอร์ในอากาศจากสาหร่ายบกที่อุดมสมบูรณ์ในท้องถิ่น แต่รายงานจากสื่อซึ่งตีพิมพ์ในปีพ. ศ. 2549 อ้างว่าอนุภาคสีในน้ำฝนเป็นเซลล์จากนอกโลก แม้จะมีงานวิจัยหลายเรื่อง แต่ก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

 

Credite : pantipwonderslist |  teen.mthai

Loading...