ประหารด้วย “หน่อไม้” !! ต้นไผ่มรณะที่ทำให้นักโทษแดนมังกรลิ้มรสแห่งความตายอย่างช้าๆ นานนับสัปดาห์!!!!

      การประหารชีวิตในสมัยโบราณนั้นนอกจากจะเป็นโทษสูงสุดที่ใช้ในการลงโทษผู้ที่กระทำความผิดได้ชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองทำแล้ว ยังมีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดความทรมานก่อนที่วิญญาณจะออกจากร่างเพื่อเตือนไม่ให้มีใครคิดที่จะเลียนแบบ ดังนั้นเราจึงเห็นได้ว่าโทษประหารในโลกโบราณนั้นมีแต่วิธีที่รุนแรงแทบจะทั้งนั้น วิธีที่เรานำมาให้ชมกันในวันนี้ก็เช่นกัน มันเป็นวิธีที่มีความทรมานแบบสุดๆ ตรงที่กว่าจะเสียชีวิตก็ต้องทนไปจนเกือบเดือนกว่าจะขาดใจตาย จะเป็นวิธีไหนนั้น เลื่อนลงไปชมพร้อมๆ กัน

ถ้าจะพูดถึงพืชที่โตไวที่สุดในโลก ก็คงจะต้องตอบว่าเป็น “ไผ่” อย่างแน่นอน ไผ่สามารถงอกได้ถึงวันละ 10 ซม. ด้วยเหตุนี้มันจึงถูกนำมาใช้ในการประหารชีวิตนักโทษประหารในประเทศจีน การประหารด้วยวิธีนี้นั้นมีจุดเด่น (หรือจะเรียกว่า “จุดโหด” ก็ได้) ตรงที่นักโทษจะได้ซึมซาบความทรมานอย่างช้าๆ กว่าจะขาดใจตาย

วิธีการประหารด้วยต้นไผ่นั้นจะเริ่มต้นด้วยการนำนักโทษไปมัดกับหลักหรือแคร่ที่ทำมาเป็นพิเศษ เหนือหน่อไม้ที่แทงยอดขึ้นมาจากพื้นดิน ความตายจะเริ่มเข้าใกล้นักโทษทุกวันๆ เมื่อหน่อไม้พ้นดินขึ้นกลายเป็นไม้ไผ่ ปลายแหลมๆ ก็จะค่อยๆ แทงเข้าไปในร่างของนักโทษที่ถูกมัดไว้ ลองนึกภาพตามว่าปลายแหลมๆ ค่อยๆ แทรกตัวลงในเนื้ออย่างช้าๆ จะต้องทรมานสักแค่ไหน ซึ่งกว่าต้นไม้จะทะลุร่างไปนั้น นักโทษประหารก็จะร้องครวญครางเพราะส่วนใหญ่ที่ประหารด้วยวิธีนี้มันไม่ได้มีแค่ต้นเดียว

นักโทษที่ตายด้วยวิธีนี้นั้นก็จะถูกปล่อยคาไว้แบบนั้นจนเน่าเปื่อยกลายเป็นปุ๋ย ซึ่งข้อดีของวิธีนี้ก็คือถึงนักโทษจะถูกป้อนน้ำป้อนอาหารทุกวันเพื่อให้มีชีวิตรอดในการทรมานได้ทุกวัน ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตตั้งแต่หน่อไม้แทงทะลุเข้าไปตามอวัยวะที่สำคัญ ว่ากันว่าคนที่อึดที่สุดนั้นทนได้ถึง 3 สัปดาห์เลยทีเดียว

วิธีนี้ไม่ได้มีใช้แค่ในโลกโบราณเพียงเท่านั้น ยังมีเสียงร่ำลือกันว่าทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้นำไปทดลองกับเชลยชาวจีนในเมืองนานกิงเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงว่ามันคือเรื่องที่ตั้งขึ้นในนิยายเพียงเท่านั้น เพื่อสร้างความเกลียดชังแก่คนจีนที่มีต่อคนญี่ปุ่น