Loading...

” มัมมี่เจ้าหญิงแห่งอียิปต์ ” คำสาปอาถรรพ์ ที่ใครครอบครองต้องมีอันเป็นไป ไม่เว้นแม้กระทั่ง ‘เรือไททานิก’ !!!

    หากเอ่ยถึง ‘เรือไททานิก’ (Titanic) เชื่อได้เลยว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักเรือขนาดยักษ์สุดหรูที่จมลงสู่ก้นทะเลลึกและคร่าชีวิตผู้คนนับพันลำนี้เป็นแน่ ถ้าใครยังพอจำกันได้ เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1912 เมื่อเรือไททานิกที่เดินทางเที่ยวแรกจากเมืองเซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ มุ่งหน้าสู่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้พุ่งชนภูเขาน้ำแข็งจนอับปางลงกลางมหาสมุทรแอตแลนติกทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 1,514 ราย ถือเป็นภัยพิบัติทางทะเลที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลกเลยทีเดียว และเรื่องราวที่เรานำมาเสนอในวันนี้ คือเรื่องราวที่เชื่อกันว่าสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้เรือไททานิกล่มนั้น เป็นเพราะอาถรรพ์คำสาปจากมัมมี่ของเจ้าหญิงอียิปต์ที่มีผู้แอบนำขึ้นเรือไปด้วยนั่นเอง!

   เจ้าหญิงพระองค์นี้มีนามว่า ‘เจ้าหญิงอาเมน-รา’ (Amen-Ra) มีพระชนม์ชีพในช่วงประมาณ 1,500 ปีก่อนคริสต์ศักราช ในราชวงศ์ของอียิปต์โบราณ ว่ากันว่าเจ้าหญิงอาเมน-รามีนิสัยโหดเหี้ยม ชอบจับทาสและเชลยมาทารุณกรรม ครั้นเมื่อเจ้าหญิงสิ้นพระชนม์ พระศพได้ถูกบรรจุลงในโกศหรือโลงศพไม้ ที่ประดับตกแต่งด้วยทองและเพชรนิลจินดาอย่างงดงามตระการตา จากนั้นก็นำไปฝังไว้ในสุสานหลวงที่เมือง Luxor ริมฝั่งแม่น้ำไนล์ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1890 กลุ่มมหาเศรษฐีหนุ่มชาวอังกฤษ 4 คน ได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศอียิปต์ และได้เข้าชมสุสานหลวงอันเป็นที่ฝังพระศพของเจ้าหญิงอาเมน-รา มีผู้เข้ามาเสนอขายโลงบรรจุพระศพมัมมี่เจ้าหญิงแก่เศรษฐีหนุ่มทั้ง 4 คน ซึ่งในสมัยนั้นในหมู่คนรวยนิยมซื้อมัมมี่เอาไว้เพื่อใช้ตกแต่งบ้าน เศรษฐีหนุ่มคนหนึ่งตัดสินใจซื้อโลงบรรจุศพมัมมี่ของเจ้าหญิงอาเมน-ราเอาไว้ โดยจ่ายเงินไปในราคาหลายพันปอนด์และนำโลงมัมมี่กลับมาเก็บไว้ที่โรงแรมที่เขาพักอยู่ และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นทั้งหมดของเรื่องนี้

Loading...

   สองชั่วโมงต่อมา เศรษฐีหนุ่มผู้เป็นเจ้าของโลงมัมมี่ได้ออกเดินทางไปเที่ยวชมทะเลทราย หากแต่เขาก็ไม่ได้หวนกลับมาอีกเลย วันรุ่งขึ้นเศรษฐีหนุ่มคนที่สองถูกคนรับใช้ชาวอียิปต์ยิงบาดเจ็บสาหัส จนต้องถูกตัดแขนข้างหนึ่งทิ้ง ต่อมาเศรษฐีหนุ่มคนที่สามทราบข่าวร้ายระหว่างเดินทางกลับบ้านว่า ธนาคารที่เขาฝากเงินไว้เกิดล้มละลายทำให้เขาหมดเนื้อหมดตัว เศรษฐีคนสุดท้ายต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคร้ายที่ไม่มีวันรักษาให้หายขาดได้ แต่ถึงกระนั้นโลงบรรจุพระศพมัมมี่เจ้าหญิงก็ถูกนักธุรกิจจากมหานครลอนดอนคนหนึ่งสั่งซื้อ โดยในระหว่างการขนส่งจากประเทศอียิปต์มายังประเทศอังกฤษนั้น ก็เกิดอุปสรรคขึ้นตลอดเส้นทาง และเมื่อนักธุรกิจผู้นี้ได้ครอบครองมัมมี่ของเจ้าหญิง ไม่นานนักครอบครัวของเขาก็ประสบเหตุร้ายต่างๆ นานา นักธุรกิจผู้นี้จึงตัดสินใจบริจาคโลงมัมมี่อาถรรพ์ให้แก่พิพิธภัณฑ์อังกฤษ (British Museum) และแน่นอนว่า เหตุการณ์ประหลาดก็ได้เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ในพิพิธภัณฑ์บ่อยครั้ง ทำให้ทุกคนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้โลงบรรจุพระศพมัมมีเจ้าหญิงอาเมน-ราอีกเลย

   และในที่สุดก็มีนักโบราณคดีชาวอเมริกันตัดสินใจซื้อโลงมัมมี่อาถรรพ์จากพิพิธภัณฑ์ โดยขอให้ส่งโลงมัมมี่ของเจ้าหญิงมาพร้อมกับ ‘เรือไททานิก’ ที่จะออกเดินทางในเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 1912 จากอังกฤษมายังสหรัฐอเมริกา และนั่นก็ทำให้ผู้คนจำนวนมากเชื่อว่า สาเหตุที่เรือไททานิกอับปางลงนั้นเป็นเพราะความพิโรธของเจ้าหญิงอาเมน-รานั่นเอง อย่างไรก็ตามดูเหมือนเรื่องนี้จะกลายเป็นแค่คำบอกเล่าแบบปากต่อปาก เพราะจากหลักฐานคือบัญชีบันทึกสิ่งของที่นำลงเรือไททานิกไปนั้น ไม่ปรากฏว่ามีโลงบรรจุพระศพมัมมี่เจ้าหญิงอาเมน-รา ขึ้นเรือไททานิกไปด้วย หากแต่ก็มีผู้คนอีกไม่น้อยที่เชื่อว่า เป็นเพราะนี่คือโลงศพจึงต้องแอบนำขึ้นเรือมาเพื่อไม่ให้มีใครรู้ จึงไม่ปรากฏในบัญชีสิ่งของที่ส่งทางเรือนั่นเอง

   ท้ายที่สุดก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ตกลงแล้วเรือไททานิกได้บรรทุกโลงบรรจุพระศพเจ้าหญิงอาเมน-รา ไปด้วยหรือไม่!? หรือนี่อาจจะเป็นแค่เรื่องเล่าขานที่เล่าต่อๆ กันมาก็เป็นได้

 

ที่มา : SpokeDark.TV

Loading...